พนักงานร้านอาหารกว่าครึ่ง เสี่ยงตกงาน หลังไม่ให้นั่งกินที่ร้าน
ร้านอาหารเริ่มปรับรูปแบบการขาย และอาจต้องปรับลดพนักงานบางส่วน ลดเงินเดือนพนักงาน เพราะเชื่อว่ารายได้หลังจากนี้ อาจลดลงจากเดิมไปมาก
พรุ่งนี้วันที่ 1 พ.ค. เป็นวันแรก ที่ร้านอาหารในกรุงเทพฯ และ อีก 5 จังหวัด ซึ่งเป็นพื้นที่สีแดงเข้ม ควบคุมเข้มข้น ต้องสั่งอาหารกลับบ้านเท่านั้น ห้ามกินในร้าน ทำให้หลายๆร้านเริ่มปรับรูปแบบการขาย และอาจต้องปรับลดพนักงานบางส่วน ลดเงินเดือนพนักงาน เพราะเชื่อว่ารายได้หลังจากนี้ อาจลดลงจากเดิมไปมาก ซึ่งสมาคมภัตตาคารประเมินพนักงานร้านอาหารอาจตกงานทันทีกว่า 50%
พนักงานร้านเดอะซีซั่น ซึ่งเป็นร้านอาหารบุฟเฟ่ต์ย่านรัชดา เตรียมอาหารสำหรับบริการลูกค้าแบบนั่งในร้านเป็นวันสุดท้าย ก่อนที่พรุ่งนี้จะเปลี่ยนเป็นแบบห่อกลับบ้าน ผู้จัดการร้านเปิดกับทีมข่าวว่า เบื้องต้นได้แจ้งพนักงานว่าอาจต้องให้สลับมาทำงานครึ่งทีม อีกครึ่งทีมหยุด และลดค่าจ้างลงจากเดิม แต่ยืนยันจะไม่ปลดพนักงานออก เพราะเข้าใจว่าสถานการณ์เช่นนี้หากให้พนักงานออก อาจไม่มีที่พึ่งจากที่อื่นแล้ว ย้ำว่าจะเลี้ยงดูพนักงานจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย
ขณะที่แม่ครัวที่ร้านเปิดเผยกับทีมข่าวว่า รู้สึกกังวลเกี่ยวกับรายได้หลังจากนี้ เพราะไม่ทราบว่าสถานการณ์จะรุนแรงขึ้นหรือไม่ ซึ่งหากรุนแรงขึ้น หมายความว่าร้านอาหารที่ทำงานอยู่จะต้องขายแบบห่อกลับบ้านนานขึ้น ส่งผลเรื่องเงินเดือนที่ลดลง แต่ค่าใช้จ่ายยังเหมือนเดิม เช่น ค่าเช่าห้อง ค่ารถ ค่าน้ำ ค่าไฟ ที่ต้องจ่ายทุกเดือน จึงอยากให้รัฐบาลยื่นมือมาช่วยเหลือ เหมือนที่ผ่านมา เช่น โครงการเราชนะ ที่ช่วยแบ่งเบาภาระได้มาก
ร้านเลิศทิพย์ ร้านข้าวต้มโต้รุ่งเก่าแก่ ตั้งอยู่บริเวณลาดพร้าว-วังหินที่เปิดมาถึง 30 กว่าปี ซึ่งวันนี้กำลังปรับตัวรับกับมาตรการที่รัฐบาลประกาศห้ามนั่งที่ร้านอีกครั้ง โดยนายกมล ชอบดีงาม หรือเชฟกิ๊ก เจ้าของร้าน ยอมรับว่า การปรับตัวได้ทำมาทุกรูปแบบ ทุกรอบ ครั้งนี้ก็ต้องทำโปรโมชั่นเพื่อรับกับมาตรการนี้ เพื่อให้สามารถขายได้ พยายามไม่ปลดลูกน้อง ย้ำว่า ขอให้ผู้ประกอบการทุกคนมีกำลังใจ อย่างน้อยนำสิ่งที่มีมาเป็นไอเดียออกเมนูใหม่ ปรับตัวให้ร้านอาหารเดินหน้ารอดพ้นจากวิกฤตครั้งนี้ไปให้ได้ แต่ก็อยากให้ภาครัฐเข้ามาช่วยเหลือผู้ประกอบการบ้าง
ขณะที่นายศุภมงคล ศุภพิพัฒน์ หรือเชฟอาร์ต เจ้าของร้านเชฟเทเบิ้ลแห่งแรกของประเทศไทย บอกว่า มาตรการห้ามนั่งที่ร้านนั้นกระทบกับร้านอาหารเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะร้านไฟน์ไดน์นิ่ง ที่จัดอาหารเมนูพิเศษมาเป็นคอร์ส ลูกค้าต้องใช้เวลานั่งทานในร้าน ดื่มด่ำกับบรรยากาศในช่วงค่ำ ดังนั้นแค่เวลาที่ปรับในตอนแรกก็ไม่ใช่ช่วงที่ลูกค้ามาทานกันอยู่แล้ว ตอนนี้จึงถูกยกเลิกการจองทั้งหมด
เชฟอาร์ต เล่าต่อว่า ต้นทุนของร้านยังคงเดิม แต่รายได้ไม่เข้าเลย ตรงส่วนนี้ก็ต้องแบกกันต่อไป เพราะลูกน้องในร้านเขาก็มีภาระต้องเลี้ยงดู จึงต้องปรับตัวทำเมนูใหม่ๆให้อยู่รอดไปก่อน และได้แต่ภาวนาให้มาตรการนี้ปลดล็อคโดยเร็วที่สุด
นางฐนิวรรณ กุลมงคล นายกสมาคมภัตตาคารไทย บอกกับผู้สื่อข่าวพีพีทีวี ระบุว่า เป็นไปไม่ได้เลยที่ทุกร้านจะปรับตัวมาเป็นเดลิเวอรี ร้านค้ารายย่อยอีกมหาศาลที่เข้าไม่ถึงแพลตฟอร์มระบบการขนส่ง ผลกระทบจึงเกิดขึ้นทันที ทั้งกับสตรีทฟู้ดนับแสนราย และบรรดาร้านอาหารภัตตาคาร พนักงานบริการกว่าครึ่งเสี่ยงตกงานทันที หรืออาจถูกพักงานไปเลย 14 วันเป็นอย่างน้อย เพราะทางร้านไม่มีกระแสเงินสดมาดูแลตรงนี้ ผู้ประกอบการเองตอนนี้ก็แบกต้นทุนไม่ไหวแล้ว ตั้งแต่โควิด-19 ระบาดในระลอกแรกก็พร้อมจะช่วยชาติ แต่พอระลอกสอง จนมาซ้ำอีกในระลอกที่สามตอนนี้ไม่ไหวแล้ว
โดยผลกระทบที่เกิดขึ้นในปัจจุบันคิดเป็นตัวเลขแล้วเงินในธุรกิจร้านอาหารหายไปกว่า 90% จากวันละ 1,400 ล้านบาท แล้วผลกระทบก็ไม่ได้จบลงที่พนักงานเท่านั้น เพราะยังกระทบธุรกิจที่เกี่ยวข้องเป็นห่วงโซ่ด้วย
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB